Banner ลักษณะการประกอบธุรกิจ

ข้อมูลบริษัท

ลักษณะการประกอบธุรกิจ

บริษัทเป็นผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์และเป็นผู้ประกอบธุรกิจการให้บริการทางการเงินที่สามารถเข้าถึงได้โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งให้บริการสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันครบวงจร (รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถบรรทุก รถไถ รถแทรกเตอร์) สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และบริการนายหน้าประกันภัย ภายใต้ชื่อ “เงินติดล้อ” ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก

ผลิตภัณฑ์และบริการ

ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ 1) การให้สินเชื่อ และ 2) การเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิต

โดยในส่วนของธุรกิจสินเชื่อ บริษัทให้บริการสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และสินเชื่อเช่าซื้อที่มีลักษณะเป็นการขายและเช่ากลับคืน (Sale and Lease Back)

ในส่วนของธุรกิจนายหน้าประกันภัยของบริษัท ธุรกิจดังกล่าวประกอบด้วยการเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิตซึ่งเสนอขายให้แก่ลูกค้ารายย่อย/ส่งต่อลูกค้าให้กับบริษัทประกัน รวมถึงการจัดหาประกันภัยรถยนต์ทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ และประกันสุขภาพ เช่น ประกันภัยโรคมะเร็ง โดยบริษัทแบ่งประเภทธุรกิจประกันวินาศภัยออกเป็นประกันภัยรถยนต์ และประกันภัยอื่นนอกเหนือจากประกันภัยรถยนต์ เช่น ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล และประกันสุขภาพ เป็นต้น และมีประกันชีวิตเพียงประเภทเดียวคือประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ ซึ่งเป็นประกันชีวิตที่มีจุดประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันคุ้มครองตัวผู้ขอสินเชื่อในฐานะผู้เอาประกันภัย หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงที่ทำให้ผู้ขอสินเชื่อทุพพลภาพ หรือถึงแก่ชีวิต นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับด้านการต่อทะเบียนรถและการชำระภาษีรถประจำปีสำหรับลูกค้าปัจจุบันของบริษัท

บริษัทมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการให้สินเชื่อแก่ประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศไทย (Long tail segment) โดยมุ่งเน้นการเสนอขายผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่รวดเร็ว สะดวก และไม่ซับซ้อนให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่า บริษัทมีข้อได้เปรียบจากเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุม ซึ่ง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 บริษัทมีสาขา 1,076 สาขา ใน 74 จังหวัดทั่วประเทศรวมถึงการมีเครือข่ายส่งต่อลูกค้าที่กว้างขวาง (ซึ่งรวมถึงตัวแทนบริษัท รายย่อยทั่วประเทศกว่า 5,132 ราย เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายทางโทรศัพท์ซึ่งเป็นพนักงานของผู้ให้บริการแก่บริษัท (outsource) จำนวนกว่า 383 คน และเมื่อรวมกับพนักงานของบริษัทจำนวน 136 คน ทำให้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายทางโทรศัพท์รวมทั้งหมดมากกว่า 519 คน ตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกมือสองมากกว่า 491 ราย และสาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยา 638 สาขา) และการมีส่วนร่วมของลูกค้า (Customer Engagement) ผ่านช่องทางออนไลน์ (ซึ่งรวมถึงเว็บไซต์ของบริษัท แอปพลิเคชันเงินติดล้อ เฟซบุ๊ก (Facebook) และ Tid Lor Connect บนแอปพลิเคชันไลน์) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้บริษัทสามารถเข้าถึงผู้ที่มีแนวโน้มจะใช้บริการของบริษัทในพื้นที่และทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ บริษัทไม่ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการดำเนินการก่อนอนุมัติสินเชื่อ รวมถึงให้สินเชื่อแก่รถที่มีอายุสูงสุดถึง 25 ปีที่นำใบคู่มือจดทะเบียนรถมาเป็นประกัน ทั้งนี้ ธุรกิจสินเชื่อของบริษัท โดยส่วนใหญ่เป็นการให้สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันแก่บุคคลธรรมดา เช่น รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถบรรทุก รถแทรกเตอร์ ซึ่งสินเชื่อเหล่านี้จะมีดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกินอัตราตามที่กฎหมายกำหนด

ในการที่บริษัทให้สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันนั้น ลูกค้าของบริษัทจะต้องลงนามในแบบคำขอโอนและรับโอนรถและส่งมอบใบคู่มือจดทะเบียนรถตัวจริงเพื่อเก็บรักษาไว้ที่บริษัท โดยยังไม่มีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งลูกค้าจะเป็นผู้ครอบครองและสามารถใช้รถต่อไปได้ตามปกติ ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บรักษาใบคู่มือจดทะเบียนรถไว้กับคลังเก็บเอกสารของผู้ให้บริการภายนอก และในกรณีที่ลูกค้าผิดนัดชำระหนี้ให้แก่บริษัท บริษัทอาจติดตามเรียกรถที่มีทะเบียนเป็นประกันเพื่อการรับชำระหนี้ต่อไป ทั้งนี้ การลงนามในคำขอโอนและรับโอนรถ การส่งมอบใบคู่มือจดทะเบียนรถตัวจริง ตลอดจนเอกสารต่าง ๆ ให้แก่บริษัทดังกล่าว ไม่มีผลให้บริษัทมีสถานะเป็นเจ้าหนี้มีประกันตามกฎหมาย อันจะทำให้บริษัทมีสิทธิดีกว่าเหนือรถที่มีการนำทะเบียนรถมาเป็นประกัน โดยบริษัทไม่สามารถบังคับชำระหนี้เอากับรถดังกล่าวได้โดยตรงอย่างเจ้าหนี้มีประกันในกรณีที่ลูกค้าผิดนัดชำระหนี้

โดยทั่วไป สินเชื่อที่มีทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นประกันมักจะมีระยะเวลาสินเชื่อตั้งแต่ 12 ถึง 60 เดือน สำหรับรถประเภทอื่นจะมีระยะเวลาสินเชื่อตั้งแต่ 12 ถึง 72 เดือน และอายุสูงสุดของทรัพย์สินที่มีทะเบียนเป็นประกันนั้นโดยทั่วไปจะมีอายุ 15 ปี 20 ปี และ 25 ปี สำหรับรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และรถบรรทุก ตามลำดับ ทั้งนี้ บริษัทมักจะทำการประเมินทรัพย์สินดังกล่าวที่สาขาของบริษัท เพื่อประเมินยี่ห้อ รุ่น สภาพ และอายุ เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยดังกล่าวกับราคาตลาดที่จัดเก็บไว้ที่ระบบส่วนกลางของบริษัท ซึ่งจัดทำโดยบุคคลภายนอกที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินราคาที่มีชื่อเสียงและผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินราคาของบริษัท โดยเฉลี่ยแล้ว รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีทะเบียนเป็นประกันสินเชื่อของบริษัท ร้อยละ 7 มีอายุการใช้งานระหว่าง 0 ถึง 4 ปี ร้อยละ 39 มีอายุการใช้งานระหว่าง 5 - 9 ปี ร้อยละ 33 มีอายุการใช้งานระหว่าง 10 - 14 ปี และร้อยละ 21 มีอายุการใช้งาน 15 - 19 ปี

นอกจากนี้ ในปี 2554 บริษัทยังเริ่มให้สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองและให้สินเชื่อที่มีทะเบียนรถบรรทุกมือสองเป็นประกัน สำหรับผู้ใช้รถบรรทุกที่ต้องการหาเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานหรือเพื่อขยายกิจการ ซึ่งกลายมาเป็นสินเชื่อเช่าซื้อหลักของบริษัทในปัจจุบัน แม้ในปัจจุบัน บริษัทไม่ได้ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกใหม่เช่นเดียวกันกับผู้ประกอบกิจการรายอื่น แต่บริษัทเชื่อว่า บริษัทมีขนาดพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองเป็นลำดับต้น ๆ โดยลูกค้าส่วนใหญ่ในธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองของบริษัทจะเป็นผู้ประกอบกิจการ รวมไปถึงผู้ประกอบกิจการให้เช่ารถบรรทุก

นอกจากสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน บริษัทยังให้สินเชื่อเช่าซื้อในลักษณะที่เป็นการขายและเช่ากลับคืน (Sale and Lease Back) แก่ลูกค้า โดยการเช่าซื้อในลักษณะนี้ ลูกค้าจะขายรถมือสองให้บริษัท จากนั้นบริษัทจะให้ลูกค้าเช่ารถนั้นกลับไป โดยลูกค้าจะได้กรรมสิทธิ์ในรถเมื่อชำระหนี้ครบแล้ว ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 บริษัทมีสินทรัพย์ที่เป็นลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ ทั้งหมด 8,491.0 ล้านบาท โดยทั่วไป การให้สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มักจะมีระยะเวลาสินเชื่อตั้งแต่ 12 ถึง 24 เดือน ส่วนสินเชื่อเช่าซื้อรถประเภทอื่นจะมีระยะเวลาสินเชื่อตั้งแต่ 12 ถึง 72 เดือน ลูกค้าที่จะเช่าซื้อจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถบรรทุก และส่งมอบใบคู่มือจดทะเบียนรถตัวจริงให้บริษัท เพื่อเป็นประกัน โดยลูกค้าจะได้กรรมสิทธิ์ในรถเมื่อชำระหนี้ครบแล้ว (Sale and Lease Back)

โดยตารางดังต่อไปนี้ แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับวงเงินและอายุสัญญาของสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และสินเชื่อเช่าซื้อโดยแบ่งตามประเภทรถ

วงเงินสินเชื่อ อายุสัญญา
ต่ำสุด สูงสุด ต่ำสุด สูงสุด
(บาท) (เดือน)
รถสองล้อ 4,000 100,000 12 24
รถสี่ล้อ 10,000 1,000,000 12 60
อื่นๆ (1) 10,000 2,000,000 12 72

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 บริษัทมีลูกค้าสินเชื่อจำนวนโดยประมาณดังต่อไปนี้

เงินให้กู้ยืมและลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อของบริษัท
(แบ่งตามประเภทรถ)
จำนวนบัญชีโดยประมาณ
(บัญชี)
รถสองล้อ 339,000
รถสี่ล้อ 249,000
อื่นๆ (1) 142,000
รวม 730,000

หมายเหตุ:

(1) “อื่น ๆ” ประกอบด้วยสินเชื่อเกี่ยวกับรถบรรทุกเป็นส่วนใหญ่ และสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน และสินเชื่อสำหรับการดำเนินธุรกิจ อย่างไรก็ดี ในปัจจุบัน บริษัทได้หยุดให้สินเชื่อไม่มีหลักประกัน และสินเชื่อสำหรับการดำเนินธุรกิจแล้ว แต่ยังคงมียอดหนี้คงค้างอยู่

บัตรกดเงินสดหมุนเวียน

บริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์บัตรกดเงินสดหมุนเวียนในปี 2562 เนื่องจากบริษัทเห็นว่าลูกค้าสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ใช้ทะเบียนรถจักรยานยนต์และรถยนต์เป็นประกัน มักจะยื่นขอสินเชื่อใหม่ ณ หรือก่อนที่การกู้ยืมครั้งแรกของลูกค้าเหล่านั้นจะสิ้นสุด โดยบัตรกดเงินสดหมุนเวียนนี้จะช่วยให้ลูกค้าเดิมในกลุ่มสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันของบริษัทมีช่องทางรับเงินกู้เพิ่มเติมจากการรับเงินสดที่สาขาหรือเงินโอนเข้าบัญชีธนาคารของลูกค้า โดยลูกค้าจะได้รับวงเงินสินเชื่อสูงสุดตามมูลค่าทรัพย์สินเพื่อการรับชำระหนี้ ซึ่งลูกค้าสามารถเข้าถึงวงเงินดังกล่าวได้โดยตรงในทุก ๆ วัน ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านทางตู้เอทีเอ็มของธนาคารพาณิชย์คู่ค้าทั่วประเทศ (กล่าวคือ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงศรี) และบริษัทได้ออกบัตรกดเงินสดหมุนเวียนแก่ลูกค้าของบริษัท กว่า 87,850 ใบ (ข้อมูลอ้างอิง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563) โดยสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ร้อยละ 37 ของลูกค้าบัตรกดเงินสดหมุนเวียนของบริษัท ได้เปิดการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันเงินติดล้อ ในขณะที่ร้อยละ 23 เปิดการใช้งานผ่านทางระบบตอบรับอัตโนมัติ และร้อยละ 40 เปิดการใช้งานผ่านศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Contact Center)

บัตรกดเงินสดหมุนเวียนนี้เป็นสินเชื่อที่มีเงื่อนไขหมุนเวียนวงเงินจากยอดที่มีการชำระมาแล้ว โดยจะคิดดอกเบี้ยจากวงเงินที่ลูกค้าได้เบิกถอนออกมาทุกวัน โดยคิดดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนดอยู่ในสัญญาของลูกค้าแต่ละราย และมีกำหนดเวลาในการชำระคืนเป็นรายเดือน ซึ่งลูกค้าสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับดอกเบี้ยและระยะเวลาการชำระคืนได้จากสัญญาที่เกี่ยวข้อง โดยจำนวนเงินขั้นต่ำที่สามารถเบิกถอนได้ในแต่ละครั้งเท่ากับ 500 บาท ซึ่งจะแปลงเป็นจำนวนเงินกู้ยืมโดยอัตโนมัติ และจำนวนเงินสูงสุดที่สามารถเบิกถอนได้ในแต่ละครั้งจะไม่เกินวงเงินสินเชื่อที่เหลืออยู่ ทั้งนี้ เมื่อลูกค้ากดเงินจากบัตรกดเงินสดหมุนเวียน สินเชื่อที่เพิ่มขึ้นจะเป็นการต่องวดการชำระเงินต่อไป นอกจากนี้ บัตรกดเงินสดหมุนเวียนจะช่วยลดต้นทุนและการใช้ทรัพยากรของบริษัทในการสอบทานเครดิตและดำเนินการให้กู้ยืม สำหรับลูกค้านั้น บัตรกดเงินสดจะช่วยลดขั้นตอนในการยื่นเอกสารขอสินเชื่อใหม่ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ลูกค้าของบริษัทต้องหยุดงานเพื่อมาดำเนินการที่สาขาของบริษัท ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าผู้ประกอบกิจการขนาดเล็กสูญเสียรายได้ ดังนั้น หากลูกค้าสามารถเบิกสินเชื่อได้ตลอดเวลา รวมถึงนอกเวลาทำการของสาขา ลูกค้าของบริษัทย่อมสามารถเข้าถึงเงินทุนในยามที่ต้องการได้ด้วยความยืดหยุ่นมากขึ้น ในปัจจุบัน บริษัทจะให้สินเชื่อบัตรกดเงินสดหมุนเวียนแก่ลูกค้าสินเชื่อรถจักรยานยนต์ที่มีประวัติกับบริษัท และคุณสมบัติตามที่กำหนดเท่านั้น บริษัทคาดว่าจะให้บริการบัตรกดเงินสดแก่กลุ่มลูกค้าอื่นในอนาคตอันใกล้นี้

บริษัทให้บริการนายหน้าประกันผ่านแพลตฟอร์มที่ทันสมัยที่มีการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลในการให้บริการลูกค้าผ่านหลายช่องทาง (Omni-Channel) ซึ่งทำให้ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบและซื้อกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ และประกันภัยโรคมะเร็งจากบริษัทประกันชั้นนำ 18 บริษัทในประเทศไทยได้อย่างสะดวกสบาย โดยบริษัทมีทั้งใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิตที่ออกให้โดยคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ทำให้บริษัทสามารถเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์และประกันภัยอื่นได้ซึ่งรวมถึงประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ และประกันสุขภาพ (เช่น ประกันภัยโรคมะเร็ง)

ตารางด้านล่างนี้แสดงรายละเอียดของค่าเบี้ยประกันวินาศภัยทั้งหมดที่บริษัทจัดเก็บได้ โดยแบ่งตามประเภทผลิตภัณฑ์ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561 2562 และ 2563

สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
2561
ล้านบาท
ร้อยละ 2562
ล้านบาท
ร้อยละ 2563
ล้านบาท
ร้อยละ
รถยนต์ 1,651.4 86.1 2,609.8 91.4 3,720.1 92.8
ไม่ใช่รถยนต์ 266.2 13.9 244.5 8.6 290.7 7.2
รวม 1,917.7 100.0 2,854.3 100.0 4,010.8 100.0

บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่ใช้เทคโนโลยีเป็นพื้นฐานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้บริษัทแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นในธุรกิจเดียวกัน ซึ่งผู้ให้บริการรายอื่นหลายรายมุ่งเน้นการขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นที่มีการใช้เงินทุนเป็นทรัพยากรหลัก เช่น สินเชื่อที่มีโฉนดที่ดินเป็นประกัน ในฐานะนายหน้าประกันภัย บริษัทได้รับค่าตอบแทนการขาย/ส่งต่อลูกค้าจากคู่ค้าบริษัทประกันภัยสำหรับประกันภัยที่บริษัทขาย/ส่งต่อลูกค้าได้ ทั้งนี้ บริษัทเริ่มธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยโดยเริ่มนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยให้แก่ลูกค้าสินเชื่อของบริษัท เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทได้พัฒนาช่องทางการได้มาซึ่งลูกค้าที่หลากหลายทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์สำหรับธุรกิจนายหน้าประกันภัยของบริษัท โดยแหล่งการได้มาซึ่งลูกค้าหลักของบริษัทมาจากลูกค้าที่สาขา การตลาดผ่านโปรแกรมค้นหา (Search Engine) โฆษณาโทรทัศน์ และคู่ค้าที่ทำการตลาดให้บริษัท ธุรกิจนายหน้าประกันภัยของบริษัทได้ประโยชน์จากการลงทุนในแบรนด์และเครือข่ายสาขาเป็นระยะเวลาหลายทศวรรษ

สำหรับรอบปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เบี้ยประกันภัยในส่วนที่ต่ออายุความคุ้มครองยังคงเพิ่มขึ้น และจัดเป็นรายได้ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีต้นทุนในการหาลูกค้าเพิ่มเติม ซึ่งข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง และความยั่งยืนของรูปแบบธุรกิจของบริษัท เนื่องจากธุรกิจของบริษัทมีลักษณะที่ลูกค้ามีการกลับมาซื้อซ้ำ (Recurring) นอกจากนี้ สัดส่วนของเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่บริษัทสามารถขายให้แก่ลูกค้าที่ไม่ใช่ลูกค้าต่ออายุกรมธรรม์รถยนต์จากช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25 ของเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่บริษัทสามารถขายได้ทั้งหมดให้แก่ลูกค้าที่ไม่ใช่ลูกค้าต่ออายุกรมธรรม์รถยนต์ทั้งหมด (Non-captive) ในปี 2563 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธุรกิจนายหน้าประกันของบริษัทยังคงเติบโตและเข้าถึงลูกค้าใหม่ได้

บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่แบรนด์เงินติดล้อสำหรับธุรกิจนายหน้าประกันภัยของบริษัท และมุ่งมั่นที่จะเพิ่มลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์โดยบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด แพลตฟอร์มเทคโนโลยีของบริษัทถูกสร้างและออกแบบโดยเฉพาะเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลประวัติการเรียกร้องภายใต้กรมธรรม์ที่บริษัทขาย โดยทีมวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัทใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อศึกษาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นโดยอ้างอิงตามประเภทรถ อายุการใช้งาน แบรนด์ และข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับลูกค้าที่แตกต่างกัน

บริษัทเชื่อว่า ความสามารถในการจัดจำหน่ายผ่านทางระบบดิจิทัล (Digital Distribution) และความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics Capabilities) ของบริษัท จะทำให้ในอนาคต บริษัทสามารถให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น โดยใช้ระบบการประมวลผล เพื่อกำหนดราคาที่ดีขึ้นและเพิ่มโอกาสการขายข้ามผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น (Cross-selling) อีกทั้งยังเป็นการลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่คู่ค้าบริษัทประกันภัยของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ประมาณร้อยละ 88 ของค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเป็นประกันภัยที่ขายให้แก่ลูกค้าที่ไม่ได้มาขอสินเชื่อกับบริษัท (Non-captive)

การให้บริการของบริษัทดังกล่าว นับว่าเป็นส่วนสำคัญในการประกอบธุรกิจนายหน้าประกันภัย บริษัทเชื่อว่าคู่ค้าบริษัทประกันภัยของบริษัทจะได้รับประโยชน์จากการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ของบริษัทได้ในอนาคต และในขณะเดียวกัน สำหรับลูกค้า บริษัทมุ่งมั่นที่จะเป็นที่ปรึกษาที่สามารถเข้าถึงและไว้วางใจได้ในการตัดสินใจซื้อหรือต่อประกันภัย เพื่อให้บริษัทมีรายได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่า บริษัทไม่มีความเสี่ยงในการพิจารณารับประกันภัย (Underwriting Risk) แต่ด้วยข้อมูลของการขายประกันภัยและการเรียกค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทรวบรวมไว้ จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณารับประกันภัยและการบริหารจัดการความเสี่ยงได้ในอนาคต

แพลตฟอร์มของบริษัทที่ได้พัฒนาขึ้นมานั้นสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจนายหน้าประกันภัยของบริษัท โดยแพลตฟอร์มดังกล่าว สามารถใช้เพื่อเปรียบเทียบและกำหนดราคา แจ้งและติดตามการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน การจ่ายค่าเบี้ยประกันภัย ทั้งแบบเต็มจำนวนและผ่อนชำระ และการต่ออายุ โดยระบบดังกล่าวช่วยในการทำงานของสาขา แอปพลิเคชัน ตัวแทนขายประกันภัยทางโทรศัพท์และเครือข่ายนายหน้าประกันภัยของบริษัท แพลตฟอร์มของบริษัทนั้นมีการเชื่อมต่อกับคู่ค้าบริษัทประกันภัย โดยมีคุณสมบัติเด่นที่สามารถเสนอราคา รวมถึงให้ความคุ้มครองแก่ลูกค้าได้ทันที

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมที่จะให้บริการต่ออายุกรมธรรม์โดยตรง (Straight-through) แก่ลูกค้าประกันภัยของบริษัท ผ่านแอปพลิเคชันเงินติดล้อ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการเสนอขายประกันภัยให้แก่ลูกค้าของบริษัทได้ บริษัทเชื่อว่าแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ยืดหยุ่นของบริษัทจะทำให้สามารถเพิ่มผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมแก่ลูกค้าในอนาคต ลดงานเอกสาร ลดอุปสรรคในการเชื่อมต่อระบบของคู่ค้าบริษัทประกันภัยและการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของลูกค้า รวมถึงการเพิ่มยอดขาย (Business Volume) และประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจแก่คู่ค้าบริษัทประกันภัยของบริษัท

ในปี 2560 บริษัทได้เริ่มเสนอทางเลือกให้ลูกค้าที่ซื้อประกันภัยรถยนต์ โดยนำเสนอแผนการผ่อนชำระเบี้ยประกันภัยรถยนต์ด้วยเงินสดโดยไม่มีดอกเบี้ยนานสูงสุด 6 งวด เพื่อลดภาระของลูกค้า ในขณะที่ผู้ให้บริการรายอื่นในธุรกิจเดียวกัน มักจะเสนอแผนการผ่อนชำระให้แก่ลูกค้าที่มีบัตรเครดิตภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้เท่านั้น การให้ทางเลือกในการผ่อนชำระเช่นนี้ทำให้บริษัทได้เปรียบอย่างมีนัยสำคัญในการได้ลูกค้าใหม่ที่ไม่มีกำลังซื้อประกันภัยรถยนต์ ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยของบริษัทได้มากกว่า และลูกค้าสามารถบริหารจัดการเงินหมุนเวียนของตนได้ดีขึ้น โดยสำหรับรอบปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 มากกว่าร้อยละ 80 ของเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของบริษัท อยู่ภายใต้แผนการผ่อนชำระเบี้ยประกันภัยรถยนต์ด้วยเงินสดโดยไม่มีดอกเบี้ยนี้

ในฐานะหนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่ใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก บริษัทเชื่อว่าบริษัทอยู่ในสถานะที่ดีที่จะได้ประโยชน์จากแนวโน้มในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ตลอดทั่วทั้งกระบวนการนำเสนอ หรือการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยวิธีการขายประกันภัยแบบดั้งเดิมนั้นจะเน้นที่ร้านค้าหรือนายหน้าขายประกันภัยรายย่อยที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำให้บ่อยครั้งลูกค้าไม่ทราบถึงทางเลือกและความคุ้มครองต่าง ๆ ได้ และนายหน้ามักจะเก็บข้อมูลลูกค้าในรูปแบบเอกสาร ตรวจสอบราคาจากเอกสาร (Rate Card) หรือใช้เวลาโทรศัพท์สอบถามจากผู้รับประกันภัย ซึ่งนายหน้าขายประกันภัยเหล่านี้มักจะต้องวางเงินประกันจำนวนมากไว้กับผู้รับประกันภัยเพื่อที่จะได้สิทธิเป็นนายหน้าของบริษัทประกันภัยนั้น ๆ ทำให้จำนวนผู้รับประกันภัยที่นายหน้าประกันรายหนึ่ง ๆ จะสามารถรับเป็นนายหน้าให้ได้นั้นถูกจำกัด ดังนั้น แพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายประกันภัยของบริษัท จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการกำหนดราคา ช่วยให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น และเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น รวมถึงทำให้การทำธุรกรรมของลูกค้าเป็นไปด้วยความสะดวกสบาย

นอกเหนือไปจากลูกค้าโดยตรง บริษัทยังได้สร้างแพลตฟอร์มของบริษัท ภายใต้ชื่อ “อารีเกเตอร์”(Areegator) ซึ่งเปิดตัวในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน 2563 โดยเป็นแพลตฟอร์มขายประกันภัยออนไลน์ ซึ่งนำเสนอทางแก้ปัญหาแก่นายหน้าประกันภัยบุคคลธรรมดาแบบดั้งเดิมตามความต้องการของแต่ละรายโดยทำให้บุคคลดังกล่าวสามารถใช้ประโยชน์เทคโนโลยีของบริษัทในการทำให้ธุรกิจเจริญเติบโตโดยใช้เงินประกันน้อยลง และบริษัทคาดหวังว่าแพลตฟอร์มอารีเกเตอร์จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สร้างรายได้ให้กับบริษัท

TIDLOR Building

สาขาเงินติดล้อ

สาขาของบริษัทฯ เป็นช่องทางหลักในการประกอบธุรกิจการให้สินเชื่อและธุรกิจนายหน้าประกันภัย โดยตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ มีสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มีสาขาในประเทศไทย

1,135*

แห่ง

ข้อมูล ณ มี.ค. 2564

ครอบคลุมทั้ง

74

จังหวัด

ร้อยละ

85

เป็นสาขาในต่างจังหวัด

ภายในปี 2566 บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายเครือข่ายเพิ่มอีกประมาณ 500 สาขา โดยเฟ้นหาและเลือกทำเลที่มั่นคง จ้างพนักงานใหม่ รวมทั้งติดตั้งอุปกรณ์และวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่จำเป็น เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าในอนาคต