บริษัทได้กำหนดเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals - SDGs) โดยยึดหลักการกำกับกิจการที่ดี ซื่อสัตย์ และยุติธรรม โดยให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย และคำนึงถึงบริบทที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลต่อบริษัทฯ รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาซึ่งถือเป็นพื้นฐานในการกำหนดวิธีการดำเนินธุรกิจและเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานของบริษัท
ปี 2566 บริษัทมีโอกาสได้ทำโครงการร่วมกับ Center for Impact Investing and Practices ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่ก่อตั้งโดย Temasek Trust ทำให้บริษัทเกิดแรงบันดาลใจในการออกแบบและจัดทำแบบสำรวจ รวมถึงนำข้อมูลที่มีมาวิเคราะห์ เพื่ออธิบายผลกระทบเชิงบวกจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่อสังคมโดยรวม ที่เกิดจากความพยายามในการสร้างมาตรฐานให้กับธุรกิจสินเชื่อและโบรกเกอร์ประกันภัย ผ่านการพัฒนาระบบ สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์ การบริการ
ทั้งนี้ เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าไม่ต้องอยู่ในวงจรหนี้นอกระบบ มีโอกาสเข้าถึงสถาบันการเงินในระบบที่มีดอกเบี้ยถูกลง รวมถึงช่วยให้ลูกค้ามีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น ผ่านโครงการและแคมเปญให้ความรู้ด้านการเงินของบริษัทที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง และนี่ก็คือบางส่วนของข้อมูลจากเครื่องมือชี้วัดของบริษัทในธุรกิจสินเชื่อและธุรกิจประกัน ในปี 2566 และ 2567
จากการสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าในพอร์ตสินเชื่อของบริษัทพบว่า
| คำอธิบาย | ผลกระทบเชิงบวก | |
|---|---|---|
| ปี 2566 | ปี 2567 | |
| ลูกค้ารู้สึกว่าเงินติดล้อช่วยให้คุณภาพชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น | 84% | 93% |
| ลูกค้าที่เป็นเจ้าของธุรกิจอิสระ รู้สึกว่าเงินกู้จากเงินติดล้อช่วยให้ธุรกิจเติบโตและมีรายได้เพิ่ม | 64% | 71% |
| ลูกค้าไม่มีเป้าหมายทางการเงิน | 46% | 20% |
| ลูกค้าที่มีเป้าหมายทางการเงิน เห็นด้วยกับคำที่ว่า “เงินติดล้อช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งใจไว้” | 73% | 85% |
| ลูกค้าเคยถูกปฏิเสธการให้สินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันทางการเงิน ก่อนจะมีโอกาสได้รับเงินกู้จากเงินติดล้อ | 18% | 16% |
| ลูกค้ามีสินเชื่อกับผู้ให้กู้รายอื่น นอกเหนือจากเงินติดล้อ | 40% | 62% |
| ลูกค้ารู้สึกว่าค่าธรรมเนียม อัตราดอกเบี้ย การผ่อนชำระ และค่าปรับของเงินติดล้อสามารถเข้าใจได้ง่าย | 80% | 82% |
| ลูกค้ารู้สึกมีความกังวลน้อยลงกับการไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ | 64% | 73% |
| ลูกค้าสามารถจัดการและควบคุมการเงินได้มากยิ่งขึ้น | 64% | 78% |
| ลูกค้ารู้สึกว่าเงื่อนไขการชำระคืนเงินกู้ของเงินติดล้อไม่ถือเป็นภาระ | 78% | 77% |
ธุรกิจนายหน้าประกันภัยเป็นอีกธุรกิจของบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยเจตนาที่ต้องการช่วยให้ลูกค้าและคนในสังคมได้มีโอกาสเข้าถึงประกันอย่างทั่วถึง กระทั่งนำมาสู่ความเข้าใจในปัญหาที่ลูกค้าได้รับจากการซื้อประกันภัยและความพยายามในการแก้ปัญหาเพื่อลูกค้า ทำให้ “ประกันติดโล่” กลายเป็นผู้นำในการสร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมนายหน้าประกันภัย ทั้งการให้ลูกค้าผ่อนประกันเงินสด 0% เป็นเจ้าแรก รวมถึงการยกระดับการบริการในรูปแบบ “เซอร์วิส โบรกเกอร์” เพื่อสร้างความสบายใจและปกป้องสิทธิ์ที่ลูกค้าพึงจะได้รับ และนี่คือผลลัพธ์ที่แสดงให้เห็นว่าธุรกิจนายหน้าประกันภัยของบริษัท ช่วยให้คนในสังคมมีโอกาสเข้าถึงประกันมากขึ้น และได้รับประโยชน์จากการมีความคุ้มครองที่ดีขึ้น
จากการสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าในพอร์ตประกันของบริษัทพบว่า
| คำอธิบาย | ผลกระทบเชิงบวก | |
|---|---|---|
| ปี 2566 | ปี 2567 | |
| ลูกค้าไว้ใจและเลือกซื้อประกันรถยนต์ครั้งแรกกับประกันติดโล่ | 58% | 28% |
| ลูกค้ามียานพาหนะเพียงคันเดียว และจะไม่มีวิธีการเดินทางอื่นในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุกับยานพาหนะ | 69% | 53% |
| ลูกค้ามีความจำเป็นต้องใช้ยานพาหนะเพื่อการใช้งานเป็นประจำ (3-4 วันต่อสัปดาห์) | 80% | 85% |
| ลูกค้าไม่มีเงินเก็บเพียงพอที่จะซ่อมแซมรถที่เสียหายจากอุบัติเหตุได้ หากไม่มีประกันรถยนต์ | 49% | 55% |
| ลูกค้าเห็นด้วยว่าผลิตภัณฑ์และบริการของประกันติดโล่ “โปร่งใส ไม่มีเงื่อนไขแอบแฝง ไม่มีดอกจัน” | 98% | 96% |
หากไม่มีโปรแกรมการผ่อนจ่ายเบี้ยประกันด้วยเงินสด 0%
|
21% | 20% |
|
9% | 12% |
|
11% | 6% |
|
85% | 63% |